About Me

My photo
arts graduate, now an OL in Bangkok, still keep that twenty-three tiny wishes in her pocket.
Showing posts with label タスク. Show all posts
Showing posts with label タスク. Show all posts

Sunday, March 9, 2014

タスク6:お詫びメール

กลับมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับหัวข้อใหม่ค่ะ แฮ่
ส่วนตัวแล้วชอบหัวข้อนี้มาก เพราะรู้สึกว่าในอนาคตน่าจะได้ใช้จริง
คือการเขียนอีเมลขอโทษนั่นเอง

ในครั้งนี้อาจารย์ให้สถานการณ์มาว่า เราลงเรียนวิชานึง แล้วทีนี้ด้วยเหตุสุดวิสัยอะไรซักอย่าง(ที่เราต้องคิดเอง) ทำให้เราไม่สามารถส่งรายงานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เลยส่งอีเมลไปขอโทษ แล้วก็ขอเลื่อนกำหนดส่งไปนั่นเอง อาจารย์ชื่ออาจารย์ทะนะกะค่ะ รอบนี้

เอาล่ะทีนี้ มาดูที่เขียนไปส่งอาจารย์ดีกว่าค่ะ แหะๆ

タイトル:2223332 レポートの提出日について

田中先生

文学部東洋言語学日本語専攻3年生で、2223332の学生のワリッサラーです。レポートについてお伝えしたいことがあるのです。

私は12月25日から、インフルエンザで入院しております。そういうわけで、締め切りに間に合わなかったので、申し訳ありません。でも、12月30日に退院する予定です。もし良ければ、31までにレポートを提出することができますか。本当に提出させてもらいたいと思います。ご迷惑をおかけしますが、よろしくお願いします。


ワリッサラー

เมลป่วนๆของหนูจบลงแล้วค่ะ ตรงที่ไฮไลท์สีเหลืองคือส่วนที่อาจารย์อยากให้แก้นั่นเอง
มาดูกันเลยดีกว่า

1.そういうわけで ใช้ そ ดูไกลไปค่ะ แล้วก็ใช้คำว่า このような理由で จะดูดีกว่า
2.もしよければ อันนี้ใช้ よろしければ จะดูสุภาพกว่าค่ะ
3.本当に提出させてもらいたいと思います。ดูแปลกๆ555 เพื่อนๆกับอาจารย์บอกว่า เข้าใจเจตนาว่าต้องการส่งรายงานจริงๆ แต่จะมีสำนวนที่ดีกว่า ที่ใช้กันก็คือ 期限までに必ず提出させていたします。ค่ะ

หลังจากได้ลองเขียนครั้งแรกดูแล้ว อาจารย์ก็มาพูดในห้องค่ะ
point ของการเขียนอีเมลขอโทษก็คือ
- เหตุผลต้องชัด
- ต้องบอกว่าจะส่งเมื่อไหร่ ต้องบอกว่าจะระวังตัวไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นอีก จะพัฒนาตัวเอง
ประมาณนี้ค่า

ส่วนตรงที่ไฮไลท์สีม่วง คือเดี๋ยวหัวข้อต่อไปจะไปพูดถึงเรื่องนี้ค่ะ ติดไข้หวัดมา ตอนนั้นไม่รู้ว่าควรใช้กริยาคำว่าอะไร เลยใช้คำช่วยでตัดบทไปเลยนั่นเอง แล้วก็มีコロケーションอื่นๆที่เจอจากบทนี้เยอะเลยค่ะ เดี๋ยวจะตามไปเขียนในบทต่อไป ^-^)/


ตอนนี้ขอจบตัวtaskนี้ไว้แค่นี้ก่อนนะคะ เย้ ภาคต่อไปคือจะมาสรุปและเพิ่มเติมความรู้ コロケーション ที่ได้จากการทำกิจกรรมนี้ค่า



タスク4:ギタリスト!

(นอกเรื่อง)
กรี๊ดดดด กลับมาแล้วค่า (T_T) หลังจากไม่ได้อัพมานานมาก
ตอนนี้ต้องกลับมาเขียนแล้วค่ะ ขอโทษอาจารย์มากที่เป็นคนที่ขี้เกียจขนาดนี้
กลับไปคุ้ยๆชีทและรื้อฟื้นที่ตัวเองจดไว้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแต่ก็ดองไว้นานแสนนานนนนน

กลับมาแล้วค่ะ โฮ กลับมาพร้อมกับ task ใหม่ (ซึ่งดองไว้นานจนเก่าแล้ว)
เกี่ยวกับการส่งอีเมลค่ะ เย้ เย้ เย้! โดยอาจารย์จะให้เราเขียนอีเมลส่งถึงอาจารย์สอนกีต้าชื่อดังคนนึง
เพราะตอนนี้เขากำลังจะเปิดสอน 個人レッスン อยู่ แล้วเราก็สนใจอยากเรียนนั่นเอง
พอเข้าห้องมา อาจารย์ก็ให้เขียนเลยค่า

คือเขียนครั้งแรกมันแย่และยาวมาก หนูเลยขอสรุปข้อบกพร่องของตัวเองเลยนะคะ แหะๆ

1.山内さん
เวลาเขียนอีเมลแบบนี้ คนที่เราเขียนถึงเป็นอาจารย์ หรือคนที่สูงกว่า ไม่ควรเรียกเค้าว่า さん หรือ 様 ค่ะ ควรเรียกว่า 先生 ไปเลยดีกว่า แต่ในที่เขียนครั้งแรก ก็ขึ้นต้นว่า 山内さん เลยค่ะ เหมือนสนิทสนมกันมานาน 55555

2.私は20で、チュラ大学3年生のタミーです。
อาจารย์บอกว่าใช้ です แล้วดู えらい ค่ะ แงงงง ใช้แล้วเหมือนอาจารย์ยะมะอุจิรู้จักเรามาแล้ว ความจริงควรใช้ว่า と申します มากกว่าค่ะ สุภาพกว่า (^-^)
*อีกอย่างคือการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเราค่ะ*
ลองคิดดูเล่นๆนะว่าเวลาเราไปสมัครเรียนกีต้า เค้าคงไม่ได้อยากรู้หรอกว่าเรากำลังเรียนคณะอักษรปีสามอายุยี่สิบ น่าจะอยากรู้แค่ชื่อกับประสบการณ์ของเรามากกว่าค่ะ
ดังนั้นลองคิดดูก่อนเขียนอีเมลนะคะ จำได้ว่าอาจารย์บอกว่าให้เขียนข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราให้อาจารย์ยะมะอุจิพอนึกออกว่าเราควรจะเรียนกีต้าแบบไหน
เพิ่งมานึกได้ว่าจะเขียนว่าตัวเองเรียนอยู่จุฬาฯลงไปทำม้ายย จะบอกว่าเรียนคณะศิลปกรรมหรือครุฯดนตรีก็ไม่ใช่5555

3.ありがとうございます
คำลงท้ายของอีเมลค่ะ สำหรับอีเมลนี้ เป็นอีเมลที่ติดต่ออาจารย์ไปเพราะว่าอยากเข้าเรียนและสอบถามอาจารย์ว่าเราสามารถเรียนในเวลาตามนี้ได้รึเปล่า อาจารย์ยังไม่ได้ตกลงกับพวกเราค่ะ แต่ถ้าเราใช้คำว่า ありがとう มันคล้ายๆว่าจะมีsenseของการมัดมือชกอยู่นะ เหมือนว่ารู้กันทั้งสองฝ่ายแล้วว่าจะทำแบบนี้ อะไรแบบนี้ ดังนั้น คำลงท้ายจดหมายควรใช้คำว่า よろしくお願いします มากกว่าค่ะ
(อันนี้เค้าไม่ได้เขียนไปนะ แต่โน้ตไว้เตือนตัวเองค่ะ55)


อันที่ต้องแก้ไขหลักๆก็มีประมาณนี้ค่ะ แหะๆ ดูน้อย แต่ความจริงรายละเอียดเยอะอยู่เหมือนกันค่ะ

มาถึงคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากที่อาจารย์สอนหลังจากได้ลองทำจริงไปแล้วบ้าง
- 突然メールを差し上げる失礼をお許しください 。
อันนี้ก็ใช้เขียนไว้ตอนต้นเมลได้ค่ะ เพราะเป็นการติดต่อครั้งแรก หรืออาจจะส่งไปตอนดึกๆ ก็เขียนไว้ตรงประโยคแรกเลย
- お返事は急ぎませんが、どうぞよろしくお願いします。
พอเขียนประโยคนี้ไปแล้วดูไม่เร่งอาจารย์ดีค่ะ ถือเป็นประโยคที่มีประโยชน์ ทำให้ดูสุภาพขึ้นด้วย

ประมาณนี้นั่นเอง งั้นเดี๋ยวให้ดูอันที่เขียนส่งอาจารย์จริงๆเลยดีกว่า


山内先生

突然メールを差し上げる失礼をお許しください。ワリッサラーと申します。

先生のホームページを見て、個人レッスンを受けたいと思いました。私は5年ほど前からフラメンコギターの個人レッスンを受けてきました。大学を卒業した後、フラメンコ舞踊の伴秦家として仕事をしたいと思っています。
しかし、私は大学生なので、土曜・日曜しかレッスンに通えません。ご迷惑をおかけいたしますが、レッスンを受けさせていただけますか。日時を指定していただければ、先生のところにご相談に伺わせていただきます。

お返事は急ぎませんが、どうぞよろしくお願いいたします。


เขียนแล้ว อาจารย์ให้feedbackมาว่าเขียนสุภาพมากมาก5555 เขินเลย ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าเป็นคำชมดีรึเปล่า
ส่วนที่จะแก้มีส่วนเดียวคือส่วนที่ไฮไลท์ไว้ค่ะ สำหรับคำว่า ご迷惑をおかけします จะใช้เวลาที่เราไปรบกวนใครมากมากมากมากมากมาก ลำบากมาก พอใช้กับอีเมลขอเข้าเรียนเลยดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ความจริงใช้แค่ すみませんが ก็พอแล้วค่า ^_^


จบไปแล้วอีกหนึ่ง task! เดี๋ยวพรุ่งนี้ช่วงเช้าจะมาเขียนต่อนะคะ ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว แอบง่วงนอน55
ขอหนีไปนอนก่อนแล้วจะมาปั่นบลอคนะคะ おやすみなさい〜

Sunday, December 29, 2013

タスク 3.2 : 飛行機・・・

และนี่ก็คือ task 3 ตอนที่สอง และเป็นตอนสุดท้ายค่ะ

ตอนนี้ อาจารย์ให้เล่าเรื่องว่า ตัวเองจะไปต่างประเทศ แต่ขึ้นเครื่องบินช้า เลยตกเครื่องค่ะ
พอตอนเย็น กลับมาเปิดทีวีดู​ พบว่าเครื่องบินที่ตัวเองไม่ได้ขึ้นเนี่ย เกิดอุบัติเหตุ เครื่องตกค่ะ ฮว้าก
ดีนะไม่ขึ้นไป ถ้าขึ้นไปล่ะก็ตอนนี้ชั้นคงตายไปแล้วแน่ๆเลย (T_T)

เนื้อเรื่องเป็นประมาณนี้ค่ะ และตอนนี้ มาพูดกันเป็นภาษาญี่ปุ่นดีกว่า เย้ 555
เวอร์ชั่นแรก มาแล้วค่ะ

昨日、私はアメリカに行く予定でした。でも、私は朝寝坊して飛行機に間に合いませんでした。あの時、私はとても悲しかったです。しかし、家に帰ってテレビでニュースを見ました。そのニュースはアメリカへ行く飛行機は落ちてしまいました。私はアメリカへ行けなくてよかったと思いました。もし、飛行機にいると、私ももう死んでしまったはずだろう。

อร๋อยยยย อันแรกก็กากๆแบบนี้แหละค่ะ55555 จากที่อ่านดู เอาอีกและ พลาดอะไรซ้ำๆอีกแล้วแหละค่ะ (T_T)

1) あの ไม่ควรใช้ในประโยคนี้ค่ะ ส่วนใหญ่การใช้ あの หมายถึงการพูดสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายรู้กันอยู่แล้ว หรือการพูดถึงความหลัง พอเอามาใช้แบบนี้จะดูแปลกๆไปหน่อยเนอะ

2) เครื่อง-บิน-ตก ไม่ใช้คำว่า 落ちる นะคะ T_________T กรี๊ด5555555555 
เครื่องบินตกใช้คำว่า 飛行機が墜落する ค่ะ จำไปจนวันตาย จำขึ้นสมอง ฮ่าๆๆ

3) การใช้ と เชื่อมประโยคคคคคคคค อันนี้เคยพูดไปแล้วตั้งแต่ task ที่แล้ว ทำไมยังผิดได้นะ T T มันต้องเป็น fact เท่านั้น แต่นี่ はず มาเต็มๆเลยค่ะ โอย พังเว่อ หนูจะไม่ลืมอีกแล้วค่ะ

พอพูดปุ๊บ เราจะพูดก่อนคิด พอกลับมานั่งอ่านแล้วก็เห็นข้อผิดพลาดตัวเองเยอะเลย

อ้อออ ลืม!
ขอเสนอเพิ่มมาของอาจารย์ค่ะ
คือเราอยากจะบอกว่า "ถ้าเกิดฉันขึ้นเครื่องบินลำนั้นไป ฉันคงตายไปแล้ว" 
ตรงคำว่าคงตายไปแล้วเราใช้รูป ている บอกสภาพในอนาคตได้ด้วยนะ และยังมีการใช้ในความหมายอื่นๆด้วย อันนี้จดมาจากที่อาจารย์สอนในห้อง เห็นว่ามีประโยชน์ ขออนุญาตเขียนลงในบล็อคนะคะ ^-^

- あなたが結婚するころには、私はもう死んでいるわよ
 บอกสภาพในอนาคต ว่าตอนที่เธอแต่งงาน ป่านนั้นฉันคงจะตายไปแล้วล่ะ
- バッハはたくさんの曲を作曲している
 ใช้เวลาเล่าเรื่องเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ค่ะ 
อันนี้พบบ่อยมาก ตอนอ่านหนังสือสอบวิชาวรรณคดีก็พบรูปแบบการใช้ประโยคแบบนี้เหมือนกันค่ะ พออ่านแล้วก็ อ๋ออออ อย่างนี้นี่เอง ไม่เคยสังเกตมาก่อนเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ก็ได้เป็นความรู้ใหม่แล้ว เย้ (^^)
- あの人は去年アメリカに3回行っています。
 เป็นRecordค่ะ ว่าเคยไปอเมริกามาสามครั้งแล้วนะ (แล้วก็จะมีครั้งต่อๆไปอีกด้วย) link ข้อมูลจากอดีต มาจนถึงปัจจุบัน เป็นการสรุปข้อมูลให้ผู้ฟังค่ะ



書き直し

昨日、私はアメリカへ行く予定でした。でも、飛行機に乗り遅れてしまったんです。飛んでいた飛行機を見て、とても悲しかったけど、仕方がないなぁと思いました。それで、家へ帰ってテレビを見ました。とてもびっくりしたんですけど、飛行機の事故のニュースがありました。その飛行機はちょうど私が乗ろうと思ったのですよ。乗れなくてよかったなあと思いました。もし、乗っていたら、私はもう死んでいたんです。危なかったですね。



จบแล้วค่ะ เย้ แก้ออกมาได้คล้ายๆตัวอย่างอาจารย์จังเลย555555 T-T
แล้วเจอกันรอบต่อไปนะค้า :-)

タスク 3.1 : それは秘密です!

กลับมาอย่างรวดเร็ว กับ task 3.1 ค่ะ ฮ่าๆ
คราวนี้ อาจารย์ก็ยังให้พูดเหมือนเดิมค่ะ ^-^ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาวสวยและหนุ่มหล่อที่เป็นแฟนกัน
สาวคนนี้ทำศัลยกรรมแต่แฟนยังไม่รู้ค่ะ สุดท้ายแฟนไปบ้าน เจออัลบั้มรูปตอนมัธยมเลยบังเอิญ เลยรู้ความจริงหมดเลย สาวช็อคมาก แต่แฟนก็ใจดีมากเลยค่ะ
บอกว่าไม่เป็นไรนะ.......ผมก็หัวล้านเหมือนกัน 555555

พอรู้เรื่องแบบนี้แล้ว อะ จงเล่าออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่นค่ะ
เรื่องทั้งหมดถูกเล่าแบบผิดๆถูกๆดังนี้ค่ะ....

私の友達は整形をしました。整形した後、その友達は格好よくて、素敵な彼氏ができました。でも、ある日友達の彼氏は整形する前の写真をふと見つけました。友達はとても恥ずかしかった__が、彼は「なんだ、そんなこと気にしなくてもいいのに」って言ってくれました。実は、彼もいつもカツラをして、はげです。

โป๊ะมาก เต็มสิบให้สองเท่านั้นค่ะ ความจริงอยากเขียนให้รู้เรื่องและสนุกมากกว่านี้5555
ตอนนี้เลยขอเขียน 内省 ข้อผิดพลาดของตัวเองออกมาหน่อยแล้วกันค่ะ แฮ่

1) รู้สึกว่าตัวเองไม่มีการเกริ่นอะไรขึ้นมาเลยซักอย่าง อยู่ดีดีก็โพล่งขึ้นมาว่าเพื่อนไปทำศัลยกรรมมา...นึกเหตุการณ์เล่นๆแล้วก็แปลกเหมือนกันค่ะ55 ความจริงน่าจะพูดอะไรขึ้นมาก่อนเป็นการปูพื้นก่อนเข้าเรื่องเนอะ

2) ตรง 友達の彼氏 ค่ะ ความจริงแทนโทโมะดาจิด้วยคำว่า その เลยก็ได้ เพราะเคยพูดถึงมาแล้วค่ะ

3) ปัญหานี้มันมาอีกแล้วววว พูดแล้ว tense ผิดๆถูกๆมาอีกแล้วค่ะ แต่รอบนี้สติดีหน่อย ผิดแค่ที่เดียว ถือว่าพัฒนาขึ้นเนอะ (ให้กำลังใจและเข้าข้างตัวเองไว้ก่อน ฮ่าๆๆ)

4) จบแบบทื่อๆ เก้ๆกังๆ ไม่ดีเลยค่ะ (-_-; ทุกอย่างดูแข็งๆ เดี๋ยวตอนแก้ลองเปลี่ยนไปใช้รูป ル ดีกว่าค่ะ ฮ่าๆ

มาลองแก้ใหม่ค่ะ พูดแล้วได้ออกมาเป็นข้อความดังต่อไปนี้

ねえ、ペンちゃん、聞いてよ。私の高校の友達の話なのよ。その友達、高校の時顔がすごいブスなの。つまり、整形して、すごい美人になったのよ。それで、ハンサムでとっても優しい彼氏ができたの。でもね、ある日、彼は彼女の家に行って、彼女の昔のアルバムを見ちゃったのよ。秘密をばらされたなんて、彼女はとってもびっくりして、恥ずかしかったけど、彼はニコニコ笑って、「そんなこと、気にしなくてもいいのに」って言ったのよ。それから、彼は何をしたと思う?彼は自分の髪の毛を持って、取ったのよ!「僕のこんなだし」って、つるつるピカピカの頭を見せたのよ。髪の毛は全然なかったの。でもね、二人は今でも仲良くて付き合ってるよ。とてもかわいいカップルだよ。


ถูกรึเปล่าไม่รู้ แต่ว่าดีขึ้นกว่าข้างบนเยอะมาก ก็ดีใจแล้วค่ะ (^-^")
ภาษาญี่ปุ่น ต้องพูดบ่อยๆ ถึงจะคล่องเนอะ ฝึกฝนกันต่อไปค่ะ จะพยายามนะคะ!

タスク2 目に浮かぶ描写

ไม่ได้เข้ามานานเลย ฮือ เพิ่งสอบกลางภาคเสร็จเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาค่ะ
เลยนั่งอู้อยู่สองวัน ตอนนี้กลับมาเขียนบล็อคแล้วนะคะ คราวนี้อัพรัวแน่นอนค่ะ5555555

เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

Task ครั้งที่สอง คราวนี้อาจารย์ให้เล่าเรื่องผ่านรูปนี้ค่ะ


ดูรูปแล้วเข้าใจไม่ยากใช่มั้ยคะ แต่พอเล่าจริงๆเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้ว (T_T) ค่อนข้างยากเหมือนกันค่ะ
และประโยคข้างล่างนี้ เป็นเวอร์ชั่นแรกที่พูดกับเพื่อน ส่วนที่ไฮไลต์ คือส่วนที่แปลกประหลาด ที่อาจารย์ขีดเส้นมาให้ เหมือนเดิมค่ะ อ่าๆ

หมายเหตุ: สิ่งนี้เป็นการถอดเทปออกมาอาจจะดูตะกุกตะกักและผิดอย่างแรงค่ะ แงงงงงง

昨日、私はホテルのロビーに行きました。そして、なんか、イギリスのお客様が見えました。お客様は、なんか、道が分かりませんから、誰かに道を聞きたくて、ソファに座っている人に目を合った。目が合った。でも、その人は目をそろして、隣に新聞を読んでいる人と一緒に新聞の後ろに隠しました。面白かったね。変でしたね。

ผิดแบบไม่น่าให้อภัยยยยทุกอย่างเลยยยยย ต่อไปนี้จะเป็นการสารภาพผิดของตัวเองค่ะ
1.ル・デス・マス ปนกันไปหมดเลยค่ะ (T_T) พอบอกให้พูด ก็จะงง ตื่นเต้นมาก ใช้ปนกันไปหมดเลย

2.เล่าไม่ละเอียดพอ ตอนแรกไม่ได้บอกว่ามีคนนั่งอยู่บนโซฟาสองคน เพิ่งมาบอกทีหลัง พอมาลองอ่านอีกที รู้สึกงงๆกับสิ่งที่ตัวเองพูดไปจังเลยค่ะ (- -") แถมคุณลุงชาวต่างชาติน่าจะบรรยายลักษณะของเขาได้มากกว่านี้ค่ะ อย่างเช่น กำลังถือแผนที่อยู่ ดูกำลังงงๆเส้นทางนะ ประมาณนี้ค่ะ แต่ตอนนั้นนึกไม่ออกจริงๆ OTL มัวแต่ง่วงๆ งงๆ

3.หลายคำมากที่ใช้ผิด อย่างเช่นสบตา,เปิดหนังสือพิมพ์อ่าน,หลบหลังหนังสือพิมพ์

4.การใช้ なんか ของตัวเองค่ะ มันมายังง้ายยยย มันมายังไง นึกอะไรไม่ออกก็พูดออกมาไม่รู้ตัวเลยค่ะ OTL

5.ความจริงน่าจะใช้คำว่า 観光客 เนอะ แต่ตอนนั้นนึกไม่ออกค่ะ เห็นหน้าตาฝรั่งๆ ชาวอังกฤษแล้วกัน แหะๆ

เอาเป็นว่าในการพูดครั้งแรก เต็มสิบขอให้คะแนนตัวเองติดลบแล้วกันค่ะ ฮ่าๆ ไม่รู้เรื่องเลย


แต่หลังจากที่อาจารย์ได้ช่วยอะไรหลายๆอย่างแล้ว ก็ทำให้ได้ความรู้และคำศัพท์มากมายติดตัวมาค่ะ

- การเล่าเรื่องแบบนี้ เล่าได้จากหลายมุมมองค่ะ ให้พูดง่ายๆก็คือ เราแทนตัวเองเป็นคนที่อ่านหนังสือพิมพ์อยู่,แทนตัวเองเป็นเด็กผู้ชายที่ถูกชาวต่างชาติถาม หรือเป็นชาวต่างชาติหลงทางก็ได้ค่ะ ไม่ต้องเป็นคนที่มองเหตุการณ์เสมอไป แต่ว่าชอบแทนตัวเองเป็นคนที่เห็นเหตุการณ์ค่ะ เลยขอแทนตัวเองเป็นแบบเดิมต่อไป

- สำหรับคำศัพท์ที่สงสัยนั้น ได้คำตอบมาหมดแล้วค่ะ เย้

1) สบตาโดยบังเอิญ = 目が合う หรือ 目を合わせる
2) หลบหลังหนังสือพิมพ์ = 新聞の陰に隠れる
3) เปิดหนังสือพิมอ่าน = 新聞を広げて読む

ประมาณนี้ค่ะ แล้วก็ ด้วยความที่มีเวลานั่งคิดมากขึ้นแล้ว แถมยังเห็นตัวอย่างอีก เลยทำให้เขียนได้อย่างดีขึ้น(มาก) พอเทียบกับครั้งแรกแล้ว หน้ามือกับหลังมือเลยค่ะ แต่ไม่แน่ใจนะว่ายังมีที่ผิดอยู่รึเปล่า55 ลองมาดูฉบับแก้แล้วกันนะคะ

หมายเหตุ: เพิ่งรู้ค่ะว่าเด็กผู้ชายคนนี้ชื่อ ペアスケ เลยขออนุญาตแทนชื่อไปเลยแล้วกันนะคะ (^-^)

ペアスケはホテルのロビーのソファーに座っていました。隣では男の人が新聞を広げて読んでいました。ペアスケがぼんやりしている時、前を見ると、ふと、地図を持って立っている男の観光客と目を合ってしまいました。彼は道を迷っているようです。ペアスケに道を聞きたくて、近づいてきました。ペアスケだってこの地に詳しくないから、観光客に答えられないようです。それで、どこで隠れたいとペアスケは思って、隣でおじさんが広げて読んでいる新聞のかげに隠れてしまったのです。おじさんはペアスケを知らないので、びっくりしました。観光客も言葉を失っていました。


ดีขึ้นเยอะมากเลย ขอให้คะแนนตัวเอง 7/10 5555555555 ขำยาวๆ
ต่อไปนี้จะพยายามเล่าเรื่องให้เก่งมากกว่านี้นะคะ แล้วเจอกัน task ต่อไปค่ะ ^-^)/

Sunday, December 1, 2013

タスク1「文学部へ行きましょう!」FEEDBACK

ไม่ได้อัพมานานเลยค่ะ ช่วงนี้ชีวิตวุ่นวายมากเลยไม่ค่อยได้เข้ามาเลย
แต่ถ้าดองไว้นานๆจะไม่เกิดประโยชน์กับตัวเอง เลยกลับมาแล้วค่ะ (^-^q

ตอนนี้ ได้ feedback กลับมาจากอาจารย์แล้วค่ะ เอาอันที่แก้รอบที่หนึ่งมาให้อ่านก่อน
*ส่วนที่ไฮไลท์คือส่วนที่อาจารย์บอกว่าควรจะแก้ใหม่นะคะ

- ครั้งที่ 1 -
BTSチョンノンシーからチュラロンコーン大学文学部までの行き方を説明します。手段は、BTSスカイトレイン・シロム線とチュラのバスである。

まず、BTSチョンノンシー_から「National Stadium」行きの電車に乗ってください。チョンノンシー_から数えて3つ目のサイアム駅で下車。それから、階段を下りて、6番の出口に出る。改札口を通って、前に見ると「Karmart」というピンク色の店がある。その店の横にあるスカイウォークに5メートルぐらい進み、右側の階段を下りる。

次に、階段を下りると、後ろ側に行き、バス停があります。バス停はセブンイレブンの前にあります。そこでチュタ大のピンクシャトルバスに乗ってください。セブンの前のバス停から、文学部のバス停まで、7分ぐらいかかる。

チュラ大のキャンパスに入ると2つ目のバス停で下車すると、文学部のBRKビルは左側にあって、窓が多くてクリーム色のビル_のだ。

จากที่อ่านข้างบนอีกรอบ และจากคอมเม้นของเพื่อน ยังมีปัญหาอยู่เยอะเลยค่ะ
- มีตรงที่เว้นว่างไว้ ลืมคำว่า 駅 ค่ะ แง อันนี้เบลอจริง
- 前に見ると..........คำช่วยผิด (T_T) เสียใจ อันนี้รู้ตัวเลยค่ะ ตอนอาจารย์เอาขึ้นสไลด์ เขิน555
- 後ろ側に行き อันนี้พยายามจะบอกว่า "กลับหลังหัน" ค่ะ แต่นึกคำไม่ออก เอ๊ะ คำไหนน้า
- クリーム色のビルなのだ ตึกเป็นคำนามค่าาา 〜のだ ถ้าเป็นคำนามต้องใส่ な ข้างหน้าน้า
- อันสุดท้าย อันนี้หนักสุดเลยค่ะ ยาวเป็นปื้ด คือความจริงอาจารย์วงมาให้นิดเดียว แต่อยากขีดยาวเอง ประจานตัวเอง555 ประโยคยาวไป ยาวไปมาก เดี๋ยวจะมาตัดประโยคค่ะ

อ้อ! แล้วก็มีปัญหาเรื่องการใช้ と ด้วย ในประโยคนี้

ในการใช้คำช่วย と เชื่อมประโยค จะต้องตามด้วยประโยคที่บอกสภาพ ความเป็นจริง
เช่น 大学に入ると、建築学部のビルが見えます/あります。

ห้าม ใช้เชื่อมประโยคที่มีความตั้งใจของตัวเองหรือเป็นการกระทำของตัวเองค่ะ
เพราะมันจะแปลก
เช่น 大学に入ると、建築学部へ行ってください。x แบบนี้ผิดค่ะ

และด้วยเหตุนี้
チュラ大のキャンパスに入ると2つ目のバス停で下車する
เป็นประโยคที่ผิดค่ะ เดี๋ยวมาแก้กัน!

ความคิดเห็นจากเพื่อนๆในห้อง
ในห้องเรียน อาจารย์ให้แลกกันกับของเพื่อนๆค่ะ ซึ่งเพื่อนอ่านแบบใจดีมาก
ตั้งคำถามและข้อเสนอแนะมาสองข้อ ก็คือ

1.ทำไมใช้รูปประโยคไม่เท่ากัน บางที่ใช้ です/ます บางที่ใช้รูปธรรมดา ควรจะทำให้เท่ากัน
      เห็นด้วยกับเพื่อนค่ะ อ่านไปแล้วงงตัวเอง (-_-) ควรสุภาพให้เท่าๆกันทั้งประโยคเนอะ ฮ่าๆๆ

2.อยากให้อธิบายเกี่ยวกับรถโดยสารภายในจุฬาฯให้มากกว่านี้
      อันนี้ไม่รู้จะอธิบายอะไรนอกจากรถเป็นสีชมพูและเล็กกว่ารถบัสทั่วไปค่ะ55 แต่จะใส่ให้ด้วยแล้วกันจะได้เข้าใจง่ายขึ้นเนอะ! (^-^)

.............
..........
.......
.....
...
..
.

修正後
BTSチョンノンシーからチュラロンコーン大学文学部までの行き方を説明します。手段は、BTSスカイトレイン・シロム線とチュラのバスです。

まず、BTSチョンノンシー駅から「National Stadium」行きの電車に乗ってください。チョンノンシー駅から数えて3つ目のサイアム駅で下車。それから、階段を下りて、6番の出口に出ます。改札口を通って、前を見ると「Karmart」というピンク色の店があります。その店の横にあるスカイウォークに5メートルぐらい進み、右側の階段を下ります。

次に、階段を下りると、後ろ向き、バス停があります。バス停はセブンイレブンの前にあります。そこでチュタ大のピンクシャトルバスに乗ってください。シャトルバスは普通のバスよりちょっと小さいです。セブンの前のバス停から、文学部のバス停まで、7分ぐらいかかります。

チュラ大のキャンパスに入ってから2つ目のバス停で下車すると、文学部のBRKビルは左側にあります。窓が多くてクリーム色のビルなのです。



แฮ่ เสร็จแล้วค่า! (^-^) อันนี้ไม่รู้ว่ายังมีผิดตรงไหนอีกมั้ย
สำหรับคนที่หลงเข้ามา คอมเม้นได้เลยนะคะ555 ถือว่าช่วยหนูฝึกฝนภาษาญี่ปุ่น จะได้พัฒนามากขึ้น
วันนี้ขอตัวก่อนค่ะ แล้วต่อไปจะขยันอัพบลอคนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ


แตมมี่

Thursday, November 14, 2013

本気って?・タスク1

วันนี้ มาตอนดึกๆอีกแล้ว เพราะว่าเพิ่งนั่งเขียนอีเมลส่งการบ้านอาจารย์ไปค่ะ อิอิ

___________________________________________________

มาเข้าเรื่องปัญหาคาใจของตัวเองกันดีกว่า

วันนี้.....ว่าด้วยปัญหาเรื่องการใช้คำว่า 本気 ค่ะ
เดี๋ยวก็ 本気にする เดี๋ยวก็ 本気になるสรุปว่ามันต่างกันมั้ยนะ ใช้ผิดใช้ถูกตลอดเลย
แล้วในที่สุด...ก็ได้คุยเรื่องนี้กันในชั่วโมง Japanese Writing ค่ะ
มีเพื่อนที่น่ารักของเราออกไปพรีเซนต์หน้าห้องแล้วใช้คำนี้ขึ้นมาพอดีเซนเซเลยอธิบายให้ฟังค่ะ

จากที่อาจารย์ญี่ปุ่นบอกมานะคะ

本気になる
= เราจะจริงจังกับอะไรซักอย่างแล้วนะ จะตั้งใจเรียนแล้วนะ! หรือใช้เวลาชอบใครก็ได้ค่ะ แบบ เราจริงจังนะ เราชอบเธอ จะแต่งงานด้วย คนนี้แหละ <3 君のことを本気になった

นอกจากนั้นสำหรับที่ใช้ในความหมายว่าจริงจังแล้วยังใช้คำว่า 本気を出す ได้เหมือนกัน

本気にする
= ใช้เวลาเราโดนพูดหลอก โดนล้อเล่นแล้วเราเชื่อจริงๆจังๆ เป็นตุเป็นตะค่ะ
อย่างเช่น ไปหลอกเพื่อนว่าเนี่ย แก สอบตก อาจารย์เรียกพบ เพื่อนช็อค เลยขำใส่เพื่อนแล้วถามว่า 「本気にしたの?」นี่เชื่อจริงๆหรอ ล้อเล่นนะ อย่าคิดมาก ฮ่าๆ

แล้วหาไปหามา ได้รู้คำศัพท์ใหม่เพิ่มด้วยค่ะ คือคำว่า 一本気(な) แปลว่า เด็ดเดี่ยว
อันนี้ไม่เคยรู้เหมือนกันค่ะ เลยมาใส่ไว้ แฮ่ เขินจัง

ไหนๆวันนี้ก็本気แล้ว ตอนเขียนบลอคอยู่นี่ก็นั่งฟังเพลงอยู่ด้วยค่ะ ชื่อเพลง 片思い ของคุณ miwa
ที่ท่อนฮุคตอนสุดท้ายร้องว่า 「本気なんです本気で、好きなんです」
ฟังไปเขียนไปนี่......อินกัน entry นี้มากจริงๆ5555


________________________________

(จบไปแล้ว อันนี้นอกเรื่อง แต่ก็เกี่ยวกับในห้องเรียนนะ 55555)
タスク1:文学部に行きましょう!
อาทิตย์นี้ได้กลับมาเรียนวิชานี้แล้ว อาจารย์มอบหมาย task แรกมาให้ คือ.........
ให้เขียนบอกทางคนญี่ปุ่นจาก BTS ช่องนนทรี มาที่คณะอักษรศาสตร์จุฬาฯค่ะ
โดยที่อาจารย์บอกว่า เนี่ย ให้เขียนให้คนที่ไม่เคยมาสยาม ไม่รู้จักพารากอน ไม่เคยมาไทย
ไม่รู้จุฬาฯหน้าตายังไง ต้องเขียนให้เค้าเข้าใจนะ โอ เงิบเลยค่ะ เขียนยังไงดี งง แง เขียนไม่ถูก
เขียนไปกะจึ๋งเดียว จำทางออกบีทีเอสก็ไม่ได้ พอเขียนเสร็จทุกคนส่งอาจารย์

หลังจากที่อาจารย์ได้ให้นิสิตทั้งหลายพักไปวิ่งเล่นกินน้ำกินขนมระหว่างที่อาจารย์นั่งดูสิ่งที่นิสิตเขียนไปพลางๆแล้ว

อาจารย์ก็ถามว่า
"นิสิตคิดว่าคนญี่ปุ่นจะพกสิ่งที่นิสิตเขียนไปเวลาเดินทางมั้ยคะ"

แน่นอนค่ะว่าทุกคนประสานเสียงกันตอบว่า.....
"ไม่มีทางค่ะ" จบ


สุดท้าย อาจารย์เลยให้ตัวอย่างที่คนญี่ปุ่นเขียนแนะนำทางมาให้อ่าน พออ่านแล้วเหมือนเห็นทางสว่าง
อ่านแล้วรู้สึกว่าทำไมชั้นไม่คิดแบบนี้ตั้งแต่แรก (-_-; ทั้งรูปแบบประโยคและการใช้คำศัพท์
เคยเรียนมาตอนปีสองค่ะ จำได้แค่ว่าเวลาบอกทางใช้รูป てください ได้........
เท่านั้นแหละ ทุกประโยคที่เขียนเต็มไปด้วย て、て、て、てください ค่ะ พังสุดอะไรสุด555555555
ส่วนเรื่องคำศัพท์ ที่แตมเขียนไปส่วนใหญ่เป็นภาษาพูดค่ะ แต่จากตัวอย่างที่อาจารย์ให้มา จะใช้เป็นภาษาเขียนมากกว่า
ซึ่งเราก็ไม่ได้นึกถึงมันเลย บางตัวก็ไม่เคยใช้มาก่อนด้วย
เช่น จะบอกว่าให้ลงรถที่สถานีนี้ แทนที่จะใช้คำว่า (สถานี) で降りる ก็ลองเปลี่ยนไปใช้คำว่า 下車(げしゃ)ที่แปลว่าลงรถเหมือนกัน
แถมจากในตัวอย่าง แทบจะไม่มีใครใช้คำว่า 降りる เลยค่ะ เพราะดูเป็นภาษาพูดมากกว่า เวลาเขียนก็ยาวกกว่าด้วยค่ะ เพราะ 降りるเป็นกริยา ต้องมานั่งคิดอีกนี่จะผันยังไงดีน้า ไม่ผันได้มั้ย นู่นนี่นั่น แต่ถ้าใช้ 下車 ก็สามารถเขียนได้เลยว่า 「サイアム駅」で下車。เพราะคำนี้เป็นคำนาม
ก็จะดูดีขึ้น กระชับขึ้น แถมไม่ต้องคิดอะไรมากอีก แฮ่

คำศัพท์อื่นๆก็เช่น
まっすぐ行く = 直進する(ちょくしん)เดินตรงไป
道路を渡る = 横断する(おうだん)ข้าม
右に曲がる = 右折(うせつ)เลี้ยวขวา
左に曲がる = 左折(させつ)เลี้ยวซ้าย

ทีนี้ก็เมมคำศัพท์ไว้ในหัว แล้วอาจารย์ก็บอกให้เขียนไปส่งใหม่ด้วยความตั้งใจหลังจากเห็นทางสว่างแล้วค่ะ จะรอดู Feedback จากอาจารย์ในอาทิตย์หน้านะคะ \(^-^)/


เขียน task ของอาจารย์เยอะกว่าความรู้ใหม่ที่เจอมาซะอีก5555
แต่ถ้าเจออะไรน่าสนใจก็จะมาเขียนเรื่อยๆนะคะ ^-^)/ ตอนนี้ขอตัวไปทำการบ้านต่อก่อนค่ะ
ยังไม่เสร็จเลย แง เที่ยงคืนแล้ว หนีก่อนแล้วค่า ฮื้อ


แตมมี่.